คลังความรู้รวมสุภาษิตไทย 200 คำพร้อมความหมายฉบับสมบูรณ์
สุภาษิตไทยกว่า 200 คำ พร้อมความหมาย และหลักการใช้อย่างถูกต้อง

สวัสดีครับ ผู้อ่านและนักเรียนทุกคน วันนี้ผมจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ สุภาษิตไทย ให้ลึกซึ้งและเข้าใจง่ายยิ่งขึ้นครับ สุภาษิตเปรียบเสมือนมรดกทางปัญญาที่บรรพบุรุษของเราได้กลั่นกรองจากประสบการณ์ชีวิต หลักธรรมทางศาสนา และการสังเกตธรรมชาติ เพื่อใช้เป็นเข็มทิศนำทางในการดำเนินชีวิต บทความนี้ผมจัดทำขึ้นเพื่อเป็น "Pillar Page" หรือศูนย์กลางความรู้ที่ครบถ้วนที่สุด โดยได้รวบรวมสุภาษิตกว่า 200 คำ พร้อมเทคนิคการจำและการนำไปใช้จริงครับ

ไขข้อข้องใจ: สุภาษิต vs. สำนวน vs. คำพังเพย แตกต่างกันอย่างไร

ปัญหายอดฮิตที่นักเรียนมักสับสนคือ การแยกแยะคำศัพท์ทั้งสามประเภทนี้ วิธีการสังเกตที่ง่ายที่สุดคือการดูที่ เป้าหมายหลักในการสื่อสาร ของถ้อยคำนั้น ๆ ครับ

1. สุภาษิต (Proverb) - เป้าหมายเพื่อ 'การสั่งสอน'

สุภาษิต คือถ้อยคำที่แต่งขึ้นด้วยเจตนาเพื่อ สั่งสอน ให้คติเตือนใจ มุ่งชี้แนะแนวทางการประพฤติที่ดีงาม มีลักษณะเป็นสัจธรรมหรือความจริงแท้ ใช้อธิบายหลักการเหตุและผล น้ำเสียงของสุภาษิตจะมีความจริงจังและหนักแน่น เช่น ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว

2. คำพังเพย (Saying) - เป้าหมายเพื่อ 'การเปรียบเปรย'

คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ใช้สะท้อนความคิดเห็น วิจารณ์ หรือประชดประชันสถานการณ์ต่าง ๆ โดยไม่ได้มุ่งเน้นสั่งสอนโดยตรง แต่ให้ผู้ฟังตีความเทียบเคียงกับสถานการณ์นั้น ๆ เอง เช่น รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง

3. สำนวน (Idiom) - 'ภาษาเปรียบเทียบ' ในภาพรวม

สำนวน เป็นถ้อยคำที่มีความหมายไม่ตรงตัวอักษร มุ่งเน้นความสละสลวยและชั้นเชิงทางภาษา ซึ่งจริงๆ แล้ว สุภาษิตและคำพังเพยส่วนใหญ่ก็ถือเป็นสำนวนด้วยเช่นกัน

ตารางสรุปความแตกต่าง

คุณลักษณะ สุภาษิต (Proverb) คำพังเพย (Saying) สำนวน (Idiom)
เป้าหมายหลัก เพื่อสั่งสอน ให้คติ เพื่อเปรียบเปรย ติชม เพื่อเพิ่มสีสันทางภาษา
น้ำเสียง จริงจัง เป็นสัจธรรม เป็นกลาง เสียดสี หลากหลายตามบริบท
ตัวอย่าง น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ ขี่ช้างจับตั๊กแตน กิ่งทองใบหยก

เทคนิคการจำสุภาษิตไทยให้แม่นยำ

การจำสุภาษิตกว่า 200 คำอาจดูยาก แต่ถ้าเราใช้เทคนิคการจัดหมวดหมู่ จะช่วยให้สมองจดจำได้ดีขึ้นครับ ลองแบ่งกลุ่มดังนี้:

  • หมวดสัตว์: เช่น ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่, ขี่ช้างจับตั๊กแตน, วัวลืมตีน (เน้นลักษณะนิสัยของสัตว์เปรียบเทียบกับคน)
  • หมวดธรรมชาติ/น้ำ: เช่น น้ำขึ้นให้รีบตัก, น้ำลดตอผุด, คลื่นกระทบฝั่ง (เน้นสัจธรรมและการเปลี่ยนแปลง)
  • หมวดร่างกาย: เช่น ผักชีโรยหน้า, หัวล้านได้หวี, ตาบอดได้แว่น (เน้นสิ่งที่เห็นได้ชัดเจน)

คลังศัพท์: รวมกว่า 200 สุภาษิตไทย พร้อมความหมาย (ก-ฮ)

ด้านล่างนี้คือตารางรวบรวมสุภาษิตไทยที่ผมคัดสรรมาแล้วว่าเป็นคำที่พบบ่อยและมีความสำคัญ เหมาะสำหรับนักเรียนใช้ค้นหาเพื่อทำการบ้านหรือเตรียมสอบครับ

ลำดับ สุภาษิต ความหมาย
1 กงเกวียนกำเกวียน ทำอะไรกับใครไว้ ย่อมได้รับผลกรรมนั้นตอบสนอง
2 กบในกะลาครอบ ผู้มีความรู้และประสบการณ์น้อย แต่ถือว่ามีความรู้มาก
3 กรวดน้ำคว่ำขัน ตัดขาดความสัมพันธ์ ไม่ขอเกี่ยวข้องด้วยอีกต่อไป
4 กระเชอก้นรั่ว คนสุรุ่ยสุร่าย ใช้จ่ายไม่เป็น
5 กระต่ายตื่นตูม ตื่นตกใจง่าย ขาดการไตร่ตรอง
6 กระต่ายหมายจันทร์ หมายปองสิ่งที่เกินตัว
7 กลับหน้ามือเป็นหลังมือ เปลี่ยนจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
8 กลิ้งครกขึ้นภูเขา ทำงานที่ยากเกินกำลัง
9 กว่าถั่วจะสุกงาก็ไหม้ ตัดสินใจช้า เสียโอกาส
10 ก่อร่างสร้างตัว สร้างฐานะให้มั่นคง
11 กำขี้ดีกว่ากำตด ได้อะไรมาบ้างยังดีกว่าไม่ได้เลย
12 กินน้ำใต้ศอก ต้องยอมเป็นรอง ไม่เท่าเทียมกับคนอื่น
13 กินน้ำไม่เผื่อแล้ง ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ไม่คิดถึงอนาคต
14 กินบนเรือนขี้บนหลังคา คนเนรคุณ ไม่รู้จักบุญคุณ
15 กินปูนร้อนท้อง ทำผิดแล้วแสดงพิรุธ
16 เก็บเบี้ยใต้ถุนร้าน เก็บออมทีละเล็กละน้อยจนเป็นก้อน
17 เกลือจิ้มเกลือ คนทันกัน ไม่มีใครยอมเสียเปรียบ
18 เกลือเป็นหนอน คนในพวกคิดทรยศ
19 เกี่ยวแฝกมุงป่า ทำสิ่งที่ไร้ประโยชน์หรือเป็นโทษ
20 แกว่งเท้าหาเสี้ยน หาเรื่องเดือดร้อนใส่ตัว
21 ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่ ต่างฝ่ายต่างรู้ความลับของกันและกัน
22 ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง ความงามเกิดจากการปรุงแต่ง
23 ขว้างงูไม่พ้นคอ ผลร้ายกลับมาสู่ตนเอง
24 ขวานฝ่าซาก พูดตรง ไม่เกรงใจ
25 ขิงก็รา ข่าก็แรง ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมกัน
26 ขี่ช้างจับตั๊กแตน ลงทุนมากแต่ผลน้อย
27 ขุดด้วยปาก ถากด้วยตา แสดงอาการเหยียดหยามทั้งคำพูดและสายตา
28 ขุดบ่อล่อปลา ใช้อุบายหลอกล่อ
29 เข้าเมืองตาหลิ่ว ต้องหลิ่วตาตาม ปรับตัวเข้ากับประเพณีท้องถิ่น
30 เข้าเถื่อนอย่าลืมพร้า มีความรอบคอบ เตรียมพร้อม
31 เขียนเสือให้วัวกลัว ข่มขู่ให้ฝ่ายตรงข้ามหวาดกลัว
32 คนดีผีคุ้ม คนทำดีมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง
33 คนล้มอย่าข้าม อย่าดูถูกผู้ตกต่ำ
34 คมในฝัก คนมีความสามารถแต่ไม่โอ้อวด
35 ความวัวไม่ทันหาย ความควายเข้ามาแทรก มีปัญหาเก่ายังไม่หาย ก็มีปัญหาใหม่ตามมา
36 ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด มีความรู้แต่ใช้ไม่เป็น
37 ความกตัญญูกตเวทีเป็นเครื่องหมายของคนดี รู้จักบุญคุณและตอบแทน
38 คบคนให้ดูหน้า ซื้อผ้าให้ดูเนื้อ เลือกคบหรือเลือกซื้อด้วยความรอบคอบ
39 คับที่อยู่ได้ คับใจอยู่ยาก ความอึดอัดทางใจทนยากกว่า
40 โคแก่ชอบกินหญ้าอ่อน ชายสูงวัยชอบผู้หญิงอายุน้อยกว่า
41 ฆ้องดังหนวกหู เรื่องที่รู้กันทั่วไป ไม่ต้องพูดซ้ำ
42 ฆ่าควายอย่าเสียดายพริก ทำการใหญ่ไม่ควรตระหนี่เรื่องเล็ก
43 งมเข็มในมหาสมุทร ค้นหาสิ่งยากที่แทบเป็นไปไม่ได้
44 เงยหน้าอ้าปาก ฐานะดีขึ้น สามารถดำรงชีวิตได้
45 โง่เง่าเต่าตุ่น ขาดความเฉลียวฉลาดมาก
46 จงทำดีแต่อย่าเด่นจะเป็นภัย ทำดีแต่อย่าให้เด่นจนถูกอิจฉา
47 จับปลาสองมือ ทำสองอย่างพร้อมกันอาจล้มเหลวทั้งสอง
48 จับเสือมือเปล่า ได้ผลโดยไม่ต้องลงทุน
49 จุดไต้ตำตอ พูดหรือทำไปโดยบังเอิญตรงกับเรื่องของคนอื่น
50 จอดเรือไม่ดูท่า ขี่ม้าไม่ดูทาง ทำสิ่งโดยไม่รอบคอบ อาจผิดพลาด
51 ใจดีสู้เสือ มีใจกล้าเผชิญอุปสรรค
52 ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว จิตใจเป็นใหญ่ สามารถบงการร่างกาย
53 ฉลาดแกมโกง ฉลาดแต่ใช้ไปในทางมิชอบ
54 ชักใบให้เรือเสีย ทำให้เรื่องเสียทิศทาง หรืองานล้มเหลว
55 ชักแม่น้ำทั้งห้า พูดจาหว่านล้อมเพื่อหวังผล
56 ชั่วเจ็ดทีดีเจ็ดหน ชีวิตมีทั้งดีและร้ายสลับกัน
57 ช้า ๆ ได้พร้าเล่มงาม ทำงานรอบคอบจะได้ผลดี
58 ช้างตายทั้งตัวเอาใบบัวมาปิด พยายามปิดบังความผิด แต่ปิดไม่มิด
59 ชุบมือเปิบ ฉวยเอาผลประโยชน์โดยไม่ลงทุน
60 ชี้นกบนปลายไม้ หวังสิ่งที่อยู่ไกลและไม่แน่นอน
61 ซื่อกินไม่หมด คดกินไม่นาน คนซื่อสัตย์กินได้นาน คนโกงอยู่ไม่นาน
62 ซื้อควายหน้านา ซื้อผ้าหน้าตรุษ ซื้อของโดยไม่ดูเวลา ย่อมแพง
63 ดาบสองคม สิ่งที่มีทั้งคุณและโทษในตัว
64 ดินพอกหางหมู งานที่ผัดวันประกันพรุ่งจนพอกพูน
65 เดินตามหลังผู้ใหญ่หมาไม่กัด ประพฤติตามผู้ใหญ่มีประสบการณ์ปลอดภัย
66 ดูช้างให้ดูหาง ดูนางให้ดูแม่ จะรู้คุณลักษณะคน ให้ดูจากต้นตอหรือแม่
67 เด็กเมื่อวานซืน คนที่ยังอ่อนประสบการณ์
68 ได้ทีขี่แพะไล่ ซ้ำเติมเมื่อคนอื่นพลาด
69 ได้คืบจะเอาศอก ไม่พอใจ ได้แล้วก็อยากได้เพิ่ม
70 ตกกระไดพลอยโจน ถูกพัวพันโดยไม่มีทางเลี่ยง
71 ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ควรพึ่งตนเองก่อน
72 ตบมือข้างเดียวไม่ดัง เรื่องมักเกิดจากสองฝ่าย ไม่ใช่ฝ่ายเดียว
73 ตัดหางปล่อยวัด ตัดขาดความรับผิดชอบ ไม่เกี่ยวข้อง
74 ตาบอดได้แว่น ได้สิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์
75 ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ ลงทุนมากแต่ได้ผลน้อย
76 ติเรือทั้งโกลน ตำหนิงานที่ยังไม่เสร็จ
77 ตีงูให้หลังหัก ไม่จัดการให้เด็ดขาด ย่อมเกิดซ้ำ
78 ตีวัวกระทบคราด ระบายความโกรธผิดคน
79 เตี้ยอุ้มค่อม ผู้ที่ลำบากแล้วยังต้องช่วยคนที่ลำบากกว่า
80 ถ่มน้ำลายรดฟ้า ทำร้ายผู้ที่สูงกว่าตน ย่อมได้รับผลร้ายกลับ
81 ถอยหลังเข้าคลอง ถอยหลัง ไม่พัฒนา
82 ถอดเขี้ยวถอดเล็บ ละทิ้งอำนาจหรือพยศ
83 ถ่านไฟเก่า คนเคยรักอาจกลับมาคืนดีกันได้
84 ทำนาบนหลังคน หาผลประโยชน์โดยเบียดเบียนผู้อื่น
85 ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ผลของการกระทำสอดคล้องกับการกระทำ
86 ทำบุญเอาหน้า ทำดีเพื่อชื่อเสียง ไม่จริงใจ
87 ทองไม่รู้ร้อน คนเฉยเมย ไม่กระตือรือร้น
88 ท่าดีทีเหลว เริ่มดีแต่ทำไม่สำเร็จ
89 น้ำขึ้นให้รีบตัก คว้าโอกาสเมื่อมาถึง
90 น้ำลดตอผุด เมื่อหมดอำนาจ ความผิดปรากฏ
91 น้ำกลิ้งบนใบบอน คนใจไม่แน่นอน กลับกลอก
92 น้ำขุ่นไว้ใน น้ำใสไว้นอก เก็บความไม่พอใจไว้ แสดงกิริยายิ้มแย้ม
93 น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ อย่าไปขัดขวางผู้มีอำนาจ
94 น้ำซึมบ่อทราย รายได้เข้าทีละเล็กละน้อยอย่างสม่ำเสมอ
95 น้ำนิ่งไหลลึก คนเงียบแต่มีความสามารถลึกซึ้ง
96 น้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า ทุกฝ่ายต้องพึ่งพากัน
97 น้ำท่วมทุ่ง ผักบุ้งโหรงเหรง พูดมากแต่สาระน้อย
98 น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ ฝ่ายน้อยย่อมสู้ฝ่ายมากไม่ได้
99 นกสองหัว คนทำตัวเข้ากับทั้งสองฝ่ายเพื่อผลประโยชน์
100 นายว่าขี้ข้าพลอย พูดสนับสนุนตามเจ้านาย
101 บนข้าวผี ตีข้าวพระ ขอความช่วยเหลือจากที่หนึ่ง แต่ไปให้ที่อื่น
102 บอกหนังสือสังฆราช สอนคนที่มีความรู้แล้ว
103 บัวไม่ให้ช้ำ น้ำไม่ให้ขุ่น รู้จักผ่อนปรน ไม่ให้กระทบทั้งสองฝ่าย
104 บ้านเมืองมีขื่อมีแป ประเทศมีระเบียบข้อบังคับ ควรปฏิบัติตาม
105 เบี้ยน้อยหอยน้อย มีทรัพย์สินไม่มาก
106 ปลูกเรือนตามใจผู้อยู่ ผูกอู่ตามใจผู้นอน คำนึงถึงความต้องการผู้ได้รับผลโดยตรง
107 ปลาติดร่างแห รับเคราะห์กรรมไปด้วยทั้งที่ไม่ได้เกี่ยวข้อง
108 ปลาข้องเดียวกัน พวกเดียวกันไม่ทำร้ายกัน
109 ปลาใหญ่กินปลาเล็ก ผู้มีอำนาจกดขี่ผู้อ่อนแอกว่า
110 ปลาหมอตายเพราะปาก พูดพล่อย ๆ จนพลาด
111 ปากว่าตาขยิบ พูดหนึ่ง ทำอีกอย่าง
112 ปากหวานก้นเปรี้ยว พูดดีต่อหน้า ลับหลังคิดร้าย
113 ปิดทองหลังพระ ทำดีโดยไม่ต้องได้รับการยกย่อง
114 ไปไหนมาสามวาสสองศอก ตอบไม่ตรงคำถาม
115 ผักชีโรยหน้า ทำความดีผิวเผินเพื่อเอาหน้า
116 ผ้าขี้ริ้วห่อทอง คนมีฐานะดีแต่แต่งตัวซอมซ่อ
117 ผิดเป็นครู ความผิดพลาดเป็นบทเรียน
118 ผีซ้ำด้ำพลอย เคราะห์ร้ายซ้ำเติม
119 ฝนทั่งให้เป็นเข็ม ความพยายามยิ่งยวดสามารถสำเร็จได้
120 ฝากปลาไว้กับแมว ไว้วางใจคนที่ไม่ควรไว้ใจ
121 พูดเป็นต่อยหอย คนพูดเก่ง พูดไม่หยุด
122 พุ่งหอกเข้ารก ทำอะไรไปโดยไม่มีเป้าหมาย
123 เพชรตัดเพชร คนเก่งสองคนโคจรมาสู้กัน
124 ฟังไม่ได้ศัพท์ จับไปกระเดียด ฟังไม่ชัด แล้วนำไปพูดผิด
125 ฟ้าหลังฝนย่อมดีเสมอ หลังความยากจะมีความดีตามมา
126 มะนาวไม่มีน้ำ พูดจาห้วน ไม่มีไมตรี
127 มากหมอมากความ คนมากทำให้เรื่องยุ่ง
128 มือไม่พายเอาเท้าราน้ำ ไม่ช่วยแล้วยังขัดขวาง
129 ไม่เห็นน้ำตัดกระบอก ไม่เห็นกระรอกโก่งหน้าไม้ ด่วนตัดสินใจผิดเวลา
130 ไม้อ่อนดัดง่าย ไม้แก่ดัดยาก อบรมเด็กง่ายกว่าผู้ใหญ่
131 ยกตนข่มท่าน โอ้อวด ดูถูกผู้อื่น
132 ยกภูเขาออกจากอก โล่งใจ หมดวิตกกังวล
133 ยื่นหมูยื่นแมว แลกเปลี่ยนโดยไม่ได้เปรียบเสียเปรียบ
134 ยุให้รำ ตำให้รั่ว ยุยงให้เกิดความแตกแยก
135 รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง ทำผิดแต่โทษผู้อื่น
136 รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม เรียนรู้ไว้ไม่เสียหาย แม้จะไม่ได้ใช้
137 รู้หลบเป็นปีก รู้หลีกเป็นหาง รู้จักเอาตัวรอด
138 รักดีหามจั่ว รักชั่วหามเสา ใฝ่ดีจะได้รับผลดี ใฝ่ชั่วได้รับความลำบาก
139 รักยาวให้บั่น รักสั้นให้ต่อ อย่าไปต่อความยาวในเรื่องที่ไม่ดี
140 รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี การอบรมบางครั้งต้องลงโทษเพื่อให้หลาบจำ
141 รีดเลือดกับปู ขูดรีดคนที่ไม่มีจะให้
142 ลงเรือลำเดียวกัน อยู่ในสถานการณ์เดียวกัน
143 ลางเนื้อชอบลางยา สิ่งหนึ่งอาจดีสำหรับคนหนึ่งแต่ไม่ดีสำหรับอีกคน
144 ลิงได้แก้ว ไม่รู้คุณค่าของสิ่งดี
145 ลูกไก่อยู่ในกำมือ ตกอยู่ใต้อำนาจ ไม่มีทางหนี
146 ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น ลูกมักมีนิสัยคล้ายพ่อแม่
147 เล่นกับหมา หมาเลียปาก คลุกคลีกับคนไม่ดี อาจถูกลามปาม
148 วัวลืมตีน ได้ดีแล้วลืมต้นตอ
149 วัวสันหลังหวะ คนที่มีความผิดติดตัวมักหวาดระแวง
150 ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง ตำหนิคนอื่นในเรื่องที่ตนเองก็ทำ
151 ศิษย์คิดล้างครู ลูกศิษย์เนรคุณคิดทำร้ายครู
152 สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น การเห็นด้วยตาดีกว่าการฟังรายงาน
153 สีซอให้ควายฟัง สอนคนโง่ไม่ค่อยได้ผล
154 สี่ตีนยังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง ผู้เชี่ยวชาญก็อาจทำพลาดได้
155 สุขทุกข์อยู่ที่ใจ ความสุขหรือทุกข์ขึ้นอยู่กับมุมมอง
156 สร้างวิมานในอากาศ ฝันเฟื่อง ไม่เป็นจริง
157 สอนจระเข้ให้ว่ายน้ำ สอนคนที่รู้อยู่แล้ว
158 สวยแต่รูป จูบไม่หอม รูปร่างดีแต่พฤติกรรมไม่ดี
159 เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย ไม่ยอมเสียเล็กน้อยอาจเสียมาก
160 เส้นผมบังภูเขา เรื่องง่ายแต่ถูกบดบังไม่เห็น
161 หนีเสือปะจระเข้ หนีอันตรายหนึ่งไปเจออีกอัน
162 หนามยอกเอาหนามบ่ง ตอบโต้ด้วยวิธีเดียวกัน
163 หน้าเนื้อใจเสือ หน้าตาดีแต่ใจโหด
164 หน้าไหว้หลังหลอก ทำดีต่อหน้า แต่หลอกลับหลัง
165 หมองูตายเพราะงู ผู้ชำนาญอาจพลาดในเรื่องที่ตนเชี่ยวชาญ
166 หมาเห่าใบตองแห้ง คนชอบโวยวายแต่ไม่กล้าทำจริง
167 หมากัดอย่ากัดตอบ อย่าสู้กับคนพาล ให้ปล่อยไป
168 หวานเป็นลม ขมเป็นยา คำติเตือนมักเป็นประโยชน์กว่า
169 หว่านพืชเช่นไร ได้ผลเช่นนั้น ผลของการกระทำเป็นไปตามการกระทำ
170 หิงห้อยอย่าแข่งสุริยา ผู้น้อยไม่ควรแข่งกับผู้ใหญ่ที่เหนือกว่า
171 เห็นกงจักรเป็นดอกบัว เห็นสิ่งไม่ถูกต้องว่าเป็นถูกต้อง
172 เห็นช้างขี้ ขี้ตามช้าง ลอกเลียนแบบคนใหญ่โดยไม่ดูฐานะ
173 เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ ทำงานไม่จริงจัง ผลไม่สำเร็จ
174 หาเลือดกับปู ขูดรีดผู้ไม่มีจะให้
175 หาเหาใส่หัว หาเรื่องเดือดร้อนใส่ตัว
176 หูเบา เชื่อคนง่ายโดยไม่ไตร่ตรอง
177 อดเปรี้ยวไว้กินหวาน อดทนเพื่อสิ่งที่ดีกว่าในอนาคต
178 อาบน้ำร้อนมาก่อน เกิดก่อนย่อมมีประสบการณ์มากกว่า
179 เอาใจเขามาใส่ใจเรา นึกถึงความรู้สึกผู้อื่น
180 เอามะพร้าวห้าวไปขายสวน นำสิ่งที่คนอื่นมีไปให้เขา
181 เอาไม้ซีกไปงัดไม้ซุง ผู้ด้อยกว่าต่อสู้กับผู้มีอำนาจมักล้มเหลว
182 เอามือซุกหีบ ยุ่งเรื่องผู้อื่นโดยไม่จำเป็น
183 เอาหูไปนา เอาตาไปไร่ แสร้งไม่รู้ไม่เห็น
184 ฮึกฮักจะกัดบุ้ง แสดงความกล้ากับสิ่งไม่มีอันตราย
185 ใกล้เกลือกินด่าง อยู่ใกล้สิ่งดีแต่ไม่ใช้ประโยชน์
186 ใจปลาซิว ใจเสาะ ขี้ขลาด
187 แกะดำ ทำตัวต่างไปในทางไม่ดี
188 นกมีหู หนูมีปีก ทำตัวเข้ากับทุกฝ่ายเพื่อผลประโยชน์
189 น้ำลอดใต้ทราย ภายนอกราบเรียบ แต่ภายในยังมีการเคลื่อนไหว
190 ตื่นแต่ดึก สึกแต่หนุ่ม รีบเร่งก่อนเวลาอาจไม่สำเร็จ
191 พายเรือในอ่าง ทำงานวนเวียนไม่ก้าวหน้า
192 กวนน้ำให้ขุ่น ทำเรื่องสงบให้วุ่นวาย
193 ข้าวยากหมากแพง ของกินของใช้แพง หายาก
194 เข้าหูซ้ายทะลุหูขวา ไม่จดจำคำสั่งหรือคำสอน
195 คางคกขึ้นวอ ได้ดีก็ลืมตัว เย่อหยิ่ง
196 ชุบตัว ไปอยู่ที่ดีกว่าเพื่อยกระดับตน
197 ทองแผ่นเดียวกัน เป็นญาติหรือเกี่ยวดอง
198 ละเลงขนมเบื้องด้วยปาก พูดเก่งแต่ทำไม่ได้
199 วัดรอยเท้า พยายามเทียบหรือเอาชนะผู้มีความสามารถ
200 หอกข้างแคร่ คนใกล้ชิดที่อาจเป็นอันตราย
201 หุ่นไล่กา ดูน่าเกรงขามแต่ไม่มีอำนาจ
202 อ้อยเข้าปากช้าง สิ่งที่ตกไปในมือผู้อื่นยากจะได้คืน

ความสำคัญและประโยชน์ของการเรียนรู้สุภาษิตไทย

นอกจากการทำข้อสอบวิชาภาษาไทยแล้ว การเรียนรู้สุภาษิตยังมีประโยชน์ในชีวิตจริงหลายด้านครับ:

  • พัฒนาทักษะการสื่อสาร: ช่วยให้การพูดหรือการเขียนมีน้ำหนัก น่าเชื่อถือ และแสดงถึงภูมิปัญญาของผู้ใช้
  • เครื่องเตือนใจ: สุภาษิตทำหน้าที่เป็นกระจกสะท้อนการกระทำ ช่วยดึงสติให้เราหยุดคิดก่อนทำสิ่งต่าง ๆ
  • เข้าใจรากเหง้าวัฒนธรรม: สุภาษิตสะท้อนวิถีชีวิต เกษตรกรรม และความเชื่อของคนไทยในอดีต ทำให้เราเข้าใจประวัติศาสตร์สังคมได้ดียิ่งขึ้น

4 ขั้นตอนการเรียนรู้สุภาษิตให้สัมฤทธิ์ผล

  1. อ่านและวิเคราะห์: อย่าจำแค่นกแก้วนกขุนทอง แต่ให้วิเคราะห์ที่มาของคำ เช่น ทำไมต้อง "ขี่ช้างจับตั๊กแตน" (ช้างตัวใหญ่ ตั๊กแตนตัวเล็ก = ลงทุนไม่คุ้ม)
  2. ใช้เครื่องมือช่วยจำ: ลองทำ บัตรคำ (Flashcards) โดยเขียนคำศัพท์ด้านหน้าและความหมายด้านหลัง เพื่อใช้ทบทวนยามว่าง
  3. เชื่อมโยงกับเหตุการณ์: เมื่อดูข่าวหรือเห็นเหตุการณ์ในชีวิตประจำวัน ลองนึกดูว่าตรงกับสุภาษิตข้อไหน
  4. ฝึกฝนสม่ำเสมอ: ลองทำ Quiz แบบทดสอบ เพื่อวัดความเข้าใจของตนเองอยู่เสมอ

บทสรุป

สุภาษิตไทยไม่ใช่เพียงแค่บทเรียนในห้องเรียน แต่เป็น "คลังปัญญา" ที่สามารถหยิบมาใช้ได้ตลอดชีวิต การเข้าใจความหมายที่แท้จริงจะช่วยให้นักเรียนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีทั้งความรู้และความคิดที่รอบคอบครับ หากนักเรียนต้องการฝึกฝนเพิ่มเติม ลองเริ่มจากการเลือกสุภาษิตที่ชอบที่สุด 1 คำ แล้วนำไปแต่งประโยคหรือเขียนเล่าเรื่องราวส่งให้ผมหรือคุณครูที่โรงเรียนดูได้เลยนะครับ


ดาวน์โหลด PDF รวมสํานวนสุภาษิตยอดนิยม

สำหรับใครที่อยากได้สํานวนสุภาษิต ในรูปแบบไฟล์ PDF สามารถกดที่ปุ่มดาวน์โหลดได้เลย ฟรี ๆ

 คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ถาม: สุภาษิตกับสำนวนต่างกันอย่างไรครับ?
ตอบ: สุภาษิตมุ่งเน้นการ "สั่งสอน" หรือให้คติธรรมที่เป็นจริงเสมอ (เช่น ทำดีได้ดี) ส่วนสำนวนคือการใช้ภาษาเปรียบเทียบเพื่อความสละสลวย ไม่ได้เน้นสั่งสอนโดยตรงครับ
ถาม: ทำไมต้องเรียนสุภาษิตไทยในยุคปัจจุบัน?
ตอบ: เพราะสุภาษิตช่วยฝึกทักษะการตีความและการใช้ภาษาขั้นสูง ซึ่งจำเป็นในการทำงานและการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังแฝงแง่คิดในการใช้ชีวิตที่ไม่เคยล้าสมัยครับ
ถาม: มีเทคนิคการจำสุภาษิตจำนวนมากไหมครับ?
ตอบ: แนะนำให้จำเปรียบเทียบเป็นภาพ หรือจัดหมวดหมู่ตามคำหลัก เช่น หมวดสัตว์ หมวดน้ำ หรือหมวดอวัยวะ จะช่วยให้สมองเชื่อมโยงข้อมูลได้ง่ายขึ้นกว่าการท่องจำตามตัวอักษรครับ
ถาม: จะรู้ได้อย่างไรว่าสุภาษิตไหนเป็นสำนวนที่ควรใช้ในข้อสอบ?
ตอบ: ดูที่ความเหมาะสมของบริบทและความเป็นทางการ สุภาษิตที่เป็นคติสอนใจมักเหมาะกับการตอบคำถามเชิงวิเคราะห์หรือการสรุปข้อคิดในข้อสอบ.
ชอบเนื้อหาชุดนี้ กดให้คะแนน 5 ดาวกับเราได้เลยจ้า
จำนวนผู้ให้คะแนน: 5   คะแนนเฉลี่ย: 4.2