สุภาษิต คือ อะไร
สุภาษิต แปลว่า ถ้อยคำที่กล่าวไว้ดี (สุ=ดี, ภาษิต=กล่าว) สามารถนำมาเป็นคติ ยึดถือเป็นหลักใจได้
พุทธศาสนสุภาษิต คือ อะไร
พุทธสุภาษิต หรือ พุทธศาสนสุภาษิต หมายถึง ถ้อยคำดี ๆ ในพระพุทธศาสนา แต่ไม่ได้หมายความเฉพาะคำที่พระพุทธองค์ตรัสไว้เท่านั้น แม้สุภาษิตแทบทั้งหมดจะเป็นพระพุทธพจน์ก็ตาม แต่ก็ยังมีสุภาษิตคำอื่นที่เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนาด้วย เช่น ถ้าเป็นภาษิตพระสัมมาสัมพุทธตรัสเอง เรียกว่า พุทธภาษิต หรือ พุทธสุภาษิต หรือ พระพุทธพจน์
นอกจากนี้ยังมีภาษิตอื่น ๆ คือ
- ถ้าพระโพธิสัตว์ กล่าวเรียกว่า โพธิสัตว์ภาษิต
- ถ้าพระสาวกกล่าว ก็เรียกว่า เถรภาษิต หรือ สาวกภาษิต
- คำที่เทวดากล่าว และพระพุทธองค์ได้ตรัสรับรองว่าดีด้วยการตรัสคำนั้นซ้ำ เรียกว่า เทวดาภาษิต
รวมพุทธศาสนสุภาษิต แบ่งตามหมวดหมู่
พุทธสุภาษิต
หมวดกรรม
| ความดี อันคนชั่วทำยาก |
ความดี อันคนดีทำง่าย |
| ถ้าคนพึงทำบาป ก็ไม่ควรทำบาปนั้นบ่อย ๆ ไม่ควรทำความพอใจในบาปนั้น เพราะการสั่งสมบาปนำทุกข์มาให้ |
ถ้าประสบสุขทุกข์ เพราะบุญบาปที่ทำไว้ก่อนเป็นเหตุ ชื่อว่าเปลื้องบาปเก่าที่ทำไว้ ดุจเปลื้องหนี้ฉะนั้น |
| ทำกรรมใดแล้วร้อนใจภายหลัง กรรมที่ทำแล้วนั้นไม่ดี |
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว |
| บุคคลหว่านพืชเช่นใด ย่อมได้ผลเช่นนั้น ผู้ทำกรรมดี ย่อมได้ผลดี ผู้ทำกรรมชั่ว ย่อมได้ผลชั่ว |
ประโยชน์ทั้งหลาย ย่อมล่วงเลยคนผู้ทอดทิ้งการงาน ด้วยอ้างว่าหนาวนัก ร้อนนัก เย็นเสียแล้ว |
| ผู้หมั่นในการงาน ไม่ประมาท เป็นผู้รอบคอบ จัดการงานเรียบร้อย, จึงควรอยู่ในราชการ |
ผู้ใด อันผู้อื่นทำความดี ทำประโยชน์ให้ในกาลก่อนย่อมสำนึก (คุณของเขา) ได้ ประโยชน์ที่ผู้นั้นปรารถนาย่อมเจริญ |
| ดู พุทธสุภาษิต หมวด หมวดกรรม ทั้งหมด › |
หมวดการชนะ
หมวดการศึกษา
หมวดกิเลส
| ความโลภเป็นอันตรายแห่งธรรมทั้งหลาย |
เมื่อผู้อื่นทำความดีให้ ทำประโยชน์ให้ก่อน แต่เราไม่สำนึกบุญคุณ เมื่อมีกิจเกิดขึ้นภายหลัง จะหาผู้ช่วยทำไม่ได้ |
| โลภะ โทสะ โมหะ เกิดจากตัวเอง ย่อมเบียดเบียนผู้มีใจชั่ว ดุจขุยไผ่ฆ่าต้นไผ่ฉะนั้น |
| ดู พุทธสุภาษิต หมวด หมวดกิเลส ทั้งหมด › |
หมวดคบหา
| คนห่อกฤษณาด้วยใบไม้ แม้ใบไม้ก็หอมไปด้วยฉันใด การคบกับนักปราชญ์ก็หอมไปด้วยฉันนั้น |
คนห่อปลาเน่าด้วยใบหญ้าคา แม้หญ้าคาก็พลอยเหม็นเน่าไปด้วยฉันใด การคบกับคนพาลก็เป็นคนพาลฉันนั้น |
| คบคนเช่นใด ก็เป็นคนเช่นนั้น |
คบคนเช่นใด ย่อมเป็นคนเช่นนั้น |
| คบคนเช่นใดเป็นมิตร เขาก็เป็นคนเช่นนั้น เพราะการอยู่ร่วมกันย่อมเป็นเช่นนั้น |
ควรคบมิตรที่ดี |
| ควรระแวงในศัตรู แม้ในมิตรก็ไม่ควรไว้ใจ |
ความคุ้นเคยเป็นญาติอย่างยิ่ง |
| จิตจอดอยู่กับใคร ถึงไกลกัน ก็เหมือนอยู่ชิดใกล้ ใจหมางเมินใคร ถึงใกล้กัน ก็เหมือนอยู่แสนไกล |
บัณฑิตพึงทำความเป็นเพื่อนกับคนมีศรัทธา มีศีลเป็นที่รัก มีปัญญาและเป็นพหุสูต เพราะการสมาคมกับคนดีเป็นความเจริญ |
| ดู พุทธสุภาษิต หมวด หมวดคบหา ทั้งหมด › |
หมวดความประมาท
หมวดความเพียร
| คนขยัน ย่อมหาทรัพย์ได้ |
คนที่ผลัดวันประกันพรุ่งนี้ ย่อมเสื่อม ยิ่งผลัดวันมะรืนนี้ ก็ยิ่งเสื่อม |
| ท่านทั้งหลายจงเห็นความเกียจคร้านว่าเป็นภัย และ เห็นการปรารภความเพียรว่าปลอดภัย แล้วปรารภความเพียรเถิด นี้เป็นพุทธานุศาสนี |
ท่านทั้งหลายต้องทำความเพียรเอง ตถาคตเป็นแต่ผู้บอก ผู้มีปกติเพ่งพินิจดำเนินไปแล้วจักพ้นจากเครื่องผูกของมาร |
| ผู้ถึงพร้อมด้วยศีล มีปัญญา มีใจมั่นคงดีแล้วปรารภความเพียร ตั้งตนไว้ในธรรม ในกาลทุกเมื่อ ย่อมข้ามโอฆะที่ข้ามได้ยาก |
ผู้ใดเกียจคร้าน มีความเพียรเลว พึงเป็นอยู่ตั้งร้อยปี แต่ผู้ปรารถนาความเพียรมั่นคง มีชีวิตอยู่เพียงวันเดียว ประเสริฐกว่าผู้นั้น |
| อย่าปล่อยกาลเวลาให้ล่วงไปโดยเปล่าประโยชน์ |
อย่ารำพึงถึงความหลัง อย่ามัวหวังถึงอนาคต |
| อริยมรรคย่อมบริสุทธิ์ เมื่อขับไล่ความหลับ ความเกียจคร้าน ความบิดขี้เกียจ ความไม่ยินดี และ ความเมาอาหารนั้นได้ด้วยความเพียร |
| ดู พุทธสุภาษิต หมวด หมวดความเพียร ทั้งหมด › |
หมวดความโกรธ
หมวดความไม่ประมาท
| คนมีปัญญา พึงสร้างเกาะที่น้ำหลากมาให้ท่วมไม่ได้ ด้วยความหมั่น ความไม่ประมาท ความสำรวม และความข่มใจ |
คนมีปัญญาดีไม่ประมาทในเมื่อผู้อื่นประมาท มักตื่นในเมื่อผู้อื่นหลับ ย่อมละทิ้งผู้ประมาท (คนโง่) เหมือนม้าฝีเท้าเร็ว ทิ้งม้าไม่มีกำลังไปฉะนั้น |
| ท่านทั้งหลาย จงยินดีในความไม่ประมาท คอยรักษาจิตของตน จงถอนตนขึ้นจากหล่ม เหมือนช้างที่ตกหล่มถอนตนขึ้นฉะนั้น |
บัณฑิตย่อมบันเทิงในความไม่ประมาท |
| บัณฑิตย่อมสรรเสริญความไม่ประมาท |
ผู้ไม่ประมาท ย่อมไม่ตาย |
| ภิกษุทั้งหลาย พวกเธอจงเป็นผู้ไม่ประมาท มีสติ มีศีลดีงาม ตั้งความดำริไว้ให้ดี คอยรักษาจิตใจของตน |
| ดู พุทธสุภาษิต หมวด หมวดความไม่ประมาท ทั้งหมด › |
หมวดจิต
| การฝึกจิตที่ข่มยาก ที่เบา มักตกไปในอารมณ์ที่น่าใคร่ เป็นความดี, เพราะว่าจิตที่ฝึกแล้ว นำสุขมาให้ |
คนใดมีจิตไม่ท้อถอย มีใจไม่หดหู่ บำเพ็ญกุศลธรรมเพื่อบรรลุที่เกษมจากโยคะ พึงบรรลุธรรมเป็นที่สิ้นสังโยชน์ทั้งปวงได้ |
| ผู้มีจิตอันไม่ชุ่มด้วยราคะ มีใจอันโทสะไม่กระทบแล้ว มีบุญและบาปอันละได้แล้ว ตื่นอยู่ ย่อมไม่มีภัย |
ผู้มีปัญญา พึงรักษาจิตที่เห็นได้ยากนัก ละเอียดนัก มักตกไปในอารมณ์ที่น่าใคร่, เพราะว่าจิตที่คุ้มครองแล้วนำสุขมาให้ |
| โลกถูกจิตนำไป ถูกจิตชักไป, สัตว์ทั้งปวงไปสู่อำนาจแห่งจิตอย่างเดียว |
| ดู พุทธสุภาษิต หมวด หมวดจิต ทั้งหมด › |
หมวดตน- ฝึกตน
| ความรักอื่น เสมอด้วยความรักตนเองไม่มี |
จงเตือนตนด้วย ตนเอง |
| ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน |
ถ้าสอนผู้อื่นฉันใด พึ่งทำตนฉันนั้น ผู้ฝึกตนดีแล้ว ควรฝึกผู้อื่น ได้ยินว่าตนแลฝึกยาก |
| บัณฑิตพึงตั้งตนไว้ในคุณอันสมควรก่อน แล้วจึงสอนผู้อื่นภายหลัง จึงไม่มัวหมอง |
ผู้ประพฤติดี ย่อมฝึกตนอยู่เป็นนิจ |
| ผู้มีตน ฝึกตนดีแล้ว ย่อมได้ที่พึ่งซึ่งได้ยาก |
ผู้ใดมีความไร้ศีลธรรมครอบคลุม เหมือนย่านทรายคลุมไม้สาละ ผู้นั้นชื่อว่าทำตนเหมือนถูกผู้ร้ายคุมตัว |
| พึงขวนขวายในเป้าหมายของตน |
โทษคนอื่น เห็นง่าย แต่โทษตนเองเห็นยาก |
| ดู พุทธสุภาษิต หมวด หมวดตน- ฝึกตน ทั้งหมด › |
หมวดทาน
| การเลือกให้ พระสุคตทรงสรรเสริญ |
คนควรให้ของที่ควรให้ |
| คนดี ชอบช่วยเหลือเกื้อกูลผู้อื่น |
คนพาลเท่านั้น ย่อมไม่สรรเสริญทาน |
| ท่านว่า ทานและการรบ เสมอกัน |
ปราชญ์ผู้ให้ความสุข ย่อมได้รับความสุข |
| ผู้ให้ ย่อมผูกไมตรีไว้ได้ |
ผู้ให้ข้าว ชื่อว่าให้กำลัง ผู้ให้ผ้า ชื่อว่าให้ผิวพรรณ ผู้ให้ยานพาหณะ ชื่อว่าให้ความสุข ผู้ให้ประทีปโคมไฟ ชื่อว่าให้จักษุ |
| ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก คนหมู่มากย่อมคบเขา |
ผู้ให้สิ่งที่เลิศ ย่อมได้สิ่งที่เลิศอีก |
| ดู พุทธสุภาษิต หมวด หมวดทาน ทั้งหมด › |
หมวดทุกข์-พ้นทุกข์
หมวดธรรม
| ความกตัญญูกตเวทีเป็นเครื่องหมายของคนดี |
ทำไม่ได้ อย่าพูด |
| ทุกข์เท่านั้นเกิดขึ้น ทุกข์ย่อมตั้งอยู่ และเสื่อมไป นอกจากทุกข์ไม่มีอะไรเกิด นอกจากทุกข์ไม่มีอะไรดับ |
บุคคลควรเตือนกัน ควรสอนกัน และ ป้องกันจากคนไม่ดี เพราะเขาย่อมเป็นที่รักของคนดี แต่ไม่เป็นที่รักของคนไม่ดี |
| ปราชญ์ พึงรักษาศีล |
ผู้มีจิตสงบ มีปัญญาเครื่องรักษาตัว มีสติ เป็นผู้เพ่งพินิจ ไม่เยื่อใยในกาม ย่อมเห็นธรรมโดยชอบ |
| ผู้มีปัญญาทราม มีจิตใจกระด้าง ถึงฟังคำสอนของพระชินเจ้า ก็ยังห่างไกลจากพระสัทธรรม เหมือนดินกับฟ้า |
ศีล พึงรู้ได้ด้วยการอยู่ร่วมกัน |
| สิ่งทั้งหลายทั้งปวง ไม่ควรยึดมั่นถือมั่น |
ไม่ควรเสพธรรมที่เลว ไม่ควรอยู่กับความประมาท ไม่ควรเสพมิจฉาทิฏฐิ ไม่ควรเป็นคนรกโลก |
| ดู พุทธสุภาษิต หมวด หมวดธรรม ทั้งหมด › |
หมวดธรรมเบื้องต้น
| การกู้หนี้ เป็นทุกข์ในโลก |
คนขยัน ย่อมหาทรัพย์ได้ |
| คนเกียจคร้าน ย่อมไม่พบความสุข |
คนเห็นแก่ตัว เป็นคนสกปรก |
| คนโกรธย่อมฆ่าได้แม้มารดาของตน |
คนโง่ คนพาล ไม่ควรเป็นผู้นำ |
| ความกตัญญูกตเวที เป็นเครื่องหมายของคนดี |
ความพร้อมเพรียงของหมู่คณะย่อมนำสุขมาให้ |
| ความสุขอื่น ยิ่งกว่าความสงบไม่มี |
คำจริงเป็นสิ่งไม่ตาย |
| ดู พุทธสุภาษิต หมวด หมวดธรรมเบื้องต้น ทั้งหมด › |
หมวดบาป-เวร
| การไม่ทำบาป นำสุขมาให้ |
คนมักทำบาปเพราะความหลง |
| คนมีสันดานชั่ว ย่อมลำบากเพราะกรรมของตน |
คนสะอาด ไม่ยินดีในความชั่ว |
| ความสั่งสมบาป นำทุกข์มาให้ |
บาปกรรม ที่ทำแล้วย่อมไม่มีเปลี่ยนแปลง เหมือนนมสดที่รีดในวันนั้น, บาปย่อมตามเผาคนเขลา เหมือนไฟที่เถ้ากลบไว้ |
| บาปไม่มี แก่ผู้ไม่ทำ |
พึงละเว้นบาปทั้งหลาย |
| เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร |
ไม่ควรทำบาป เพราะเห็นแก่กิน |
| ดู พุทธสุภาษิต หมวด หมวดบาป-เวร ทั้งหมด › |
หมวดบุคคล
| คนนั่งนิ่ง เขาก็นินทา คนพูดมาก เขาก็นินทา แม้แต่คนพูดพอประมาณ เขาก็นินทา คนไม่ถูกนินทา ไม่มีในโลก |
คนผู้มีสติ มีความเจริญทุกเมื่อ |
| คนมีสติ ย่อมได้รับความสุข |
คนมีสติ เป็นผู้ประเสริฐทุกวัน |
| คนแข็งกระด้างก็มีเวร |
คนโง่ ไม่ควรเป็นผู้นำ |
| คนไม่ถูกนินทา ไม่มีในโลก |
ควรทำแต่ความเจริญ อย่าเบียดเบียนผู้อื่น |
| ความสันโดษเป็นทรัพย์อย่างยิ่ง |
บัณฑิตย่อมไม่แสดงอาการขึ้นลง |
| ดู พุทธสุภาษิต หมวด หมวดบุคคล ทั้งหมด › |
หมวดบุญ
| ควรทำบุญอันนำสุขมาให้ |
บุญเป็นที่พึ่งของสัตว์ ในโลกหน้า |
หมวดปัญญา
| คนผู้สดับน้อยนี้ ย่อมแก่ไป เหมือนวัวแก่ อ้วนแต่เนื้อ แต่ปัญญาไม่เจริญ |
คนมีปัญญาทราม ได้ยศแล้ว ย่อมประพฤติสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์แก่ตน ย่อมปฏิบัติ เพื่อเบียดเบียนทั้งตนและผู้อื่น |
| คนย่อมบริสุทธิ์ด้วยปัญญา |
คนเกียจคร้านย่อมไม่พบทางด้วยปัญญา |
| ถึงสิ้นทรัพย์ ผู้มีปัญญาก็เป็นอยู่ได้, แต่อับปัญญา แม้มีทรัพย์ก็เป็นอยู่ไม่ได้ |
ถ้าพึงเห็นสุขอันไพบูลย์ เพราะยอมเสียสละสุขส่วนน้อย ผู้มีปัญญาเล็งเห็นสุขอันไพบูลย์ ก็ควรสละสุขส่วนน้อยเสีย |
| ปัญญา เป็นแสงสว่างในโลก |
ปัญญาประเสริฐกว่าทรัพย์ |
| ผู้มีปัญญา ถึงพร้อมด้วยความรู้ ฉลาดในวิธีจัดการงาน รู้กาลและรู้สมัย เขาพึงอยู่ในราชการได้ |
| ดู พุทธสุภาษิต หมวด หมวดปัญญา ทั้งหมด › |
หมวดพิเศษสำหรับบุคคลทั่วไป
| ขึ้นชื่อว่าศิลปะ แม้เช่นใดเช่นหนึ่ง ก็ยังประโยชน์ให้สำเร็จได้ |
คนใดเป็นนักเลงหญิง นักเลงสุรา และนักเลงการพนัน ย่อมล้างผลาญทรัพย์ที่ตนได้แล้ว ๆ , ข้อนั้นเป็นเหตุแห่งผู้ฉิบหาย |
| ควรระแวงภัยที่ควรระแวง พึงระวังภัยที่ยังไม่มาถึง ผู้ฉลาดย่อมมองดูโลกทั้ง 2 เพราะกลัวต่ออนาคต |
ความกตัญญูกตเวที เป็นเครื่องหมายแห่งคนดี |
| ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ |
สังขารทั้งหลาย ไม่เที่ยงหนอ |
| เมื่อมีจิตใจไม่หนักแน่น เห็นคนใจเบา มักประทุษร้ายมิตร ผู้มีความประพฤติกลับกลอกเป็นนิตย์ ย่อมไม่มีความสุข |
| ดู พุทธสุภาษิต หมวด หมวดพิเศษสำหรับบุคคลทั่วไป ทั้งหมด › |
หมวดมิตร
หมวดศีล
| ความพร้อมเพรียงของหมู่เป็นสุข และ การสนับสนุนคนผู้พร้อมเพรียงกันก็เป็นสุข, ผู้ยินดีในคนผู้พร้อมเพรียงกัน ตั้งอยู่ในธรรม ย่อมไม่คลาดจากธรรมอันเกษมจากโยคะ |
ความสำรวมในที่ทั้งปวง เป็นดี ท่านว่าศีล เป็นความดี |
| ดู พุทธสุภาษิต หมวด หมวดศีล ทั้งหมด › |
หมวดสามัคคี
| ความพร้อมเพรียงของปวงชนผู้เป็นหมู่ ยังความเจริญให้สำเร็จ |
จงสามัคคีมีน้ำใจต่อกัน |
| พึงศึกษาความสามัคคี ความสามัคคีนั้น ท่านผู้รู้ทั้งหลาย สรรญเสริญแล้ว ผู้ยินดีในสามัคคี ตั้งอยู่ในธรรม ย่อมไม่คลาดจากธรรมอันเกษมจากโยคะ |
หมวดอดทน
| ขันติคือความอดทน เป็นตบะอย่างยิ่ง |
ความอดทน นำมาซึ่งประโยชน์สุข |
| ความอดทน เป็นตปะ (ตบะ) ของผู้พากเพียร |
ความอดทน เป็นเครื่องประดับของนักปราชญ์ |
| ความอดทนเป็นเครื่องประดับของนักปราชญ์ ความอดทนเป็นตบะของผู้พากเพียร ความอดทนเป็นกำลังของนักพรต ความอดทนนำประโยชน์สุขมาให้ |
| ดู พุทธสุภาษิต หมวด หมวดอดทน ทั้งหมด › |
ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ คลิ๊กที่นี่ เพื่อดูพุทธศาสนสุภาษิตหมวดอื่น ๆ ต่อ
ดาวน์โหลด PDF รวมพุทธสุภาษิตยอดนิยม
สำหรับใครที่อยากได้พุทธสุภาษิต ในรูปแบบไฟล์ PDF สามารถกดที่ปุ่มดาวน์โหลดได้เลย ฟรี ๆ