รวมคำพังเพยยอดนิยมพร้อมความหมายและที่มา
คำพังเพย สำหรับนักเรียน: รู้จัก ความแตกต่าง และตัวอย่างที่ควรรู้

สวัสดีครับ นักเรียนทุกคน ในบทความนี้ผมจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ คำพังเพย อย่างเป็นระบบและเข้าใจง่ายครับ คำพังเพยเป็นส่วนหนึ่งของมรดกทางภาษาที่แฝงทั้งความคมคาย อารมณ์ขัน และการสังเกตชีวิตประจำวัน บทความนี้ออกแบบมาเพื่อให้นักเรียนสามารถแยกแยะความหมาย นำไปใช้เขียนและพูดได้อย่างถูกต้อง พร้อมตัวอย่างคำพังเพยที่ใช้บ่อยกว่า 50 คำ

คำพังเพย คืออะไร และแตกต่างจากสุภาษิตกับสำนวนอย่างไร

หลายคนมักสับสนระหว่างคำพังเพย สุภาษิต และสำนวน ในมุมมองของการใช้งาน เราสามารถแยกได้ตาม เป้าหมายของถ้อยคำ ดังนี้

1. คำพังเพย - เป้าหมายเพื่อการเปรียบเปรยหรือแสดงความคิดเห็น

คำพังเพยมักใช้เพื่อ เปรียบเปรย แสดงความคิดเห็น หรือเสียดสี สถานการณ์หรือพฤติกรรม โดยไม่เน้นการสั่งสอนตรง ๆ แต่กระตุ้นให้ผู้ฟังคิดตามเอง เช่น ขี่ช้างจับตั๊กแตน, รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง

2. สุภาษิต - เป้าหมายเพื่อสั่งสอน

สุภาษิต มักเป็นคำสอนหรือคติต่าง ๆ ที่ให้ข้อคิดชัดเจน เช่น ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เนื้อหาจึงมีน้ำหนักและความจริงจังกว่า

3. สำนวน - หมวดกว้างของภาษาเปรียบเทียบ

สำนวน คือกลุ่มคำที่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบหรือไม่ตรงตามตัวอักษร คำพังเพยและสุภาษิตส่วนใหญ่จึงจัดเป็นสำนวนประเภทหนึ่ง แต่มีหน้าที่ต่างกันตามที่กล่าวมา

ตารางสรุปความแตกต่าง

คุณลักษณะ คำพังเพย (Saying) สุภาษิต (Proverb) สำนวน (Idiom)
เป้าหมายหลัก เพื่อเปรียบเปรย ติชม เพื่อสั่งสอน ให้คติ เพื่อเพิ่มสีสันทางภาษา
น้ำเสียง เป็นกลาง เสียดสี คมคาย จริงจัง เป็นสัจธรรม หลากหลายตามบริบท
ตัวอย่าง รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว แกะดำ

ที่มาและลักษณะเด่นของคำพังเพย

คำพังเพยมักเกิดจากการสังเกตวิถีชีวิตเกษตรกรรม การจับสัตว์ ธรรมชาติ และนิทานพื้นบ้านของคนไทยในอดีต จึงสะท้อนวัฒนธรรมอย่างลึกซึ้ง ลักษณะเด่นได้แก่ ความกระชับ คมคาย และมักมีสัมผัสคล้องจอง เพื่อให้ง่ายต่อการจดจำ

ที่มาของคำพังเพย

รวมคำพังเพย 52 ข้อที่ควรรู้ พร้อมความหมายสั้น ๆ

ต่อไปนี้เป็นรายการคำพังเพยที่นักเรียนมักพบเห็น ใช้ศึกษาหรือยกขึ้นในการเขียน กล่าวสุนทรพจน์ และการสนทนาให้มีชั้นเชิง

ลำดับ คำพังเพย ความหมาย (สั้น)
1 กบในกะลาครอบ คนคิดว่าตัวเองรู้มาก แต่ความเป็นจริงน้อย
2 กระต่ายตื่นตูม คนตื่นตกใจกับเรื่องเล็กๆ ก่อนพิจารณา
3 กระต่ายหมายจันทร์ คนหมายปองสิ่งที่เหนือฐานะตัวเอง
4 ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่ ต่างฝ่ายต่างรู้ความลับกัน
5 ไก่ได้พลอย ได้ของมีค่าแต่ไม่รู้คุณค่า
6 กว่าถั่วจะสุก งาก็ไหม้ ตัดสินใจช้า เสียสิ่งสำคัญ
7 ขี่ช้างจับตั๊กแตน ลงทุนมากเพื่อเรื่องเล็กน้อย
8 ขิงก็รา ข่าก็แรง สองฝ่ายต่างแข็งไม่ยอมกัน
9 ขุดบ่อล่อปลา วางแผนล่อเพื่อผลประโยชน์
10 เข้าเมืองตาหลิ่ว ต้องหลิ่วตาตาม ปรับตัวให้เข้ากับขนบธรรมเนียม
11 เขียนเสือให้วัวกลัว ทำเพื่อข่มขู่หรือหลอกให้กลัว
12 ความวัวไม่ทันหาย ความควายเข้ามาแทรก เรื่องเดือดร้อนซ้อนขึ้นอีก
13 คางคกขึ้นวอ คนฐานะต่ำต้อยพอได้ดีก็เย่อหยิ่ง
14 โคแก่ชอบกินหญ้าอ่อน ชายแก่ชอบสาววัยหนุ่ม
15 ฆ่าควายอย่าเสียดายพริก ทำเรื่องใหญ่แต่ตระหนี่เรื่องเล็ก
16 งมเข็มในมหาสมุทร ทำภารกิจที่ยากและมีโอกาสน้อย
17 จับปลาสองมือ ทำสองอย่างพร้อมกันจนสับสน
18 จับเสือมือเปล่า ได้ผลโดยไม่ลงทุน
19 ช้างตายทั้งตัวเอาใบบัวมาปิด พยายามปิดบังความผิดที่ชัดเจน
20 ชุบมือเปิบ ฉวยเอาผลประโยชน์โดยไม่ลงแรง
21 สีซอให้ควายฟัง สอนคนที่ไม่เข้าใจหรือไม่รู้เรื่อง
22 ดินพอกหางหมู ปล่อยให้ปัญหารบกวนเรื่อยๆ จนใหญ่ขึ้น
23 ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ ใช้เวลาและทรัพยากรมากไปโดยไร้ผล
24 ตีปลาหน้าไซ ขัดขวางความสำเร็จของผู้อื่น
25 น้ำขึ้นให้รีบตัก เห็นโอกาสต้องรีบคว้า
26 น้ำลดตอผุด ความชั่วที่ซ่อนจะปรากฏเมื่อหมดอำนาจ
27 น้ำกลิ้งบนใบบอน คนใจโลเล ไม่แน่นอน
28 น้ำท่วมทุ่ง ผักบุ้งโหรงเหรง คำพูดยืดยาวไร้สาระ
29 ปิดทองหลังพระ ทำความดีโดยไม่ได้รับเกียรติ
30 ผักชีโรยหน้า ทำผิวเผินเพื่อตกแต่งให้ดูดี
31 ผีซ้ำด้ำพลอย เคราะห์ซ้ำกรรมซัด
32 ฝนทั่งให้เป็นเข็ม ความพยายามสำเร็จอย่างยิ่งยวด
33 ฝากปลาไว้กับแมว มอบหมายให้คนไม่น่าไว้วางใจ
34 พายเรือในอ่าง ทำงานวนอยู่กับที่ไร้ความคืบหน้า
35 มะนาวไม่มีน้ำ คนพูดห้วน ไม่มีมิตรไมตรี
36 มือไม่พายเอาเท้าราน้ำ ไม่ช่วยแล้วยังขัดขวางงาน
37 ไม่เห็นน้ำตัดกระบอก ไม่เห็นกระรอกโก่งหน้าไม้ รีบร้อนตัดสินใจผิดเวลา
38 รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง โยนความผิดให้ผู้อื่น
39 รีดเลือดกับปู ขูดรีดผู้ที่ไม่มีจะให้
40 ลิงได้แก้ว ได้สิ่งดีแต่ไม่รู้จักรักษา
41 วัวสันหลังหวะ คนมีความผิดจึงหวาดระแวง
42 ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง ตำหนิผู้อื่นแต่ตัวเองก็ทำเหมือนกัน
43 สอนจระเข้ให้ว่ายน้ำ สอนสิ่งที่คนคนนั้นทำดีอยู่แล้ว
44 เส้นผมบังภูเขา ทำให้เรื่องใหญ่กลายเป็นเรื่องเล็กเพราะมองไม่ออก
45 หนีเสือปะจระเข้ หนีภัยหนึ่งแล้วเจอภัยที่ยิ่งกว่า
46 หนูตกถังข้าวสาร คนยากจนได้ดีแต่งงานกับคนรวย
47 หมาเห่าใบตองแห้ง คนทำเสียงดังแต่ขี้ขลาด
48 เห็นกงจักรเป็นดอกบัว มองสิ่งไม่ถูกต้องว่าเป็นดี
49 เห็นช้างขี้ ขี้ตามช้าง ลอกเลียนแบบคนรวยโดยไม่พิจารณา
50 เอามะพร้าวห้าวไปขายสวน สอนผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนั้นแล้วไม่จำเป็น
51 เอาไม้ซีกไปงัดไม้ซุง ผู้ที่ด้อยกว่าพยายามต้านผู้มีอำนาจมักไม่สำเร็จ
52 อ้อยเข้าปากช้าง สิ่งดีตกไปอยู่ในมือผู้อื่นยากได้คืน

การนำคำพังเพยไปใช้ในชีวิตประจำวัน

นักเรียนสามารถนำคำพังเพยไปใช้ในการเขียนเรียงความ พูดสุนทรพจน์ หรือเสริมข้อความในงานสร้างสรรค์ การเลือกคำพังเพยที่เหมาะสมจะช่วยให้ภาษาแสดงภาพชัดเจนและมีชั้นเชิง แต่ควรระวังบริบทและผู้ฟังเพื่อหลีกเลี่ยงการเข้าใจผิดหรือการก่อความไม่เหมาะสม

คำว่า "พังเพย" มาจากไหน?

คำว่า พังเพย มาจากภาษาจีน จีนกลางออกเสียงว่า ผังผี้. แต้จิ๋วออกเสียงว่า ผั่งโพย. แปลว่า หมายเหตุหรือคำวิจารณ์ที่เขียนอธิบายไว้ข้าง ๆ ข้อความหลัก

คำแนะนำการจดจำและฝึกใช้

  • จดเป็นกลุ่มตามหัวข้อ เช่น กลุ่มสัตว์ กลุ่มการเกษตร กลุ่มธรรมชาติ เพื่อช่วยจำ
  • ฝึกใช้ในประโยคตัวอย่างสั้น ๆ และทบทวนเป็นประจำ
  • ทำบัตรคำ (flashcards) ด้านหน้าเขียนคำพังเพย ด้านหลังเขียนความหมายและตัวอย่าง
  • ทำแบบทดสอบ Quiz ที่ให้ฝึกเกี่ยวกับคำพังเพย

บทสรุป

การเรียนรู้คำพังเพยช่วยให้นักเรียนเข้าใจภูมิปัญญาพื้นบ้านและสามารถใช้ภาษาไทยได้อย่างมีชั้นเชิง ผมหวังว่าบทความนี้จะเป็นพื้นฐานที่ดีให้นักเรียนได้ฝึกฝน นำไปใช้ทั้งในการเรียนและการสื่อสารประจำวันครับ


ดาวน์โหลด PDF รวมคำพังเพยยอดนิยม

สำหรับใครที่อยากได้คำพังเพย ในรูปแบบไฟล์ PDF สามารถกดที่ปุ่มดาวน์โหลดได้เลย ฟรี ๆ

 คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ถาม: คำพังเพยต่างจากสุภาษิตอย่างไร?
ตอบ: คำพังเพยมักเน้นการเปรียบเปรยหรือติชม ส่วนสุภาษิตเน้นการสั่งสอนเป็นคติเตือนใจ แต่ทั้งสองมักจัดเป็นสำนวนได้
ถาม: จะจำคำพังเพยได้อย่างไรเร็ว ๆ ?
ตอบ: แยกเป็นกลุ่ม ฝึกทำบัตรคำ และใช้คำพังเพยในการเขียนหรือพูดประจำวัน จะช่วยให้จำขึ้นใจเร็ว ๆ
ถาม: คำพังเพยใช้ในงานเขียนทางการได้หรือไม่?
ตอบ: ขึ้นอยู่กับบริบท ถ้าเหมาะสมกับเนื้อหาและผู้รับสาร คำพังเพยจะช่วยเพิ่มชั้นเชิง แต่หากเป็นงานเป็นทางการมาก ๆ ควรระมัดระวังการใช้
ชอบเนื้อหาชุดนี้ กดให้คะแนน 5 ดาวกับเราได้เลยจ้า
จำนวนผู้ให้คะแนน: 7   คะแนนเฉลี่ย: 3.6